Avrily Queen Biography  (15 views)

 
Avrily Queen hasn't updated their status in a while...

Location

South Korea

Birthday

February 2
 
Advertisement

Info

http://nanakoo.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

February 2

Location

South Korea

 

Interests

THAI BIOGRAPHY



ชื่อ : อาวริล ราโมนา ลาวีญ
วันเกิด : 27 กันยายน 1984
ราศี : กันย์
บ้านเกิด: Belleville
ที่อยู่ : Napanee บางครั้ง New York และ Toronto (อาวริลซื้อบ้านในToronto)
สีผม : บลอนด์
ตา : สีฟ้า
สูง : 155.5 cm
เบอร์รองเท้า : 7
เจาะ : สะดือ และ หู
สัก : รูปดาวที่ข้อมือซ้าย รูปหัวใจข้อมือขวา ดาวดวงเล็กใต้
หัวเข่า และดาวจิ๋วที่แขนขวา
พ่อแม่ : Judy & John Lavigne
พี่น้อง : Michelle & Matt
ชื่อสัตว์เลี้ยง : "Sam"
สีที่ขอบ : ดำ และ แดง
วงดนตรีที่ชอบ : Goo Goo Dolls, Green Day,
Matchbox 20, Sum 41
ภาพยนต์ที่ชอบ : 8 Mile (Eminem นำแสดง)
ดาราที่ชอบ : Tobey Maguire, Sandra Bullock
สไตล์พิซซ่า : พิซซ่าแผ่นบางๆ และมีมะกอกเยอะๆ
อาหารที่ชอบ : พิซซ่า กับ พสาต้า
ลูกอม : Pixi Sticks
เครื่องดื่ม : Cola
อัลบั้ม : วางจำหน่าย 2 อัลบั้ม
ซิงเกิ้ล : 8 ซิงเกิ้ล
DVD : วางจำหน่าย 2 แผ่น

Favorite Music



Under My Skin



เป็นตัวของตัวเองอย่างไม่เกรงใจใคร โดนใจคนฟัง อย่างจัง คำนิยามของผลงานเปิดตัวในอัลบัม Let Go ในปี พ.ศ. 2545 เนื้อเพลงในชุดนี้สร้าง ความมั่นใจให้หญิงสาวรุ่นใหม่ ประกอบกับท่วงทำนองดนตรี ที่ผู้ฟังชอบใจ จนยอดจำ หน่ายพุ่งไปถึง 14 ล้านแผ่น และยังได้เข้าชิง รางวัลแกรมมี่ 8 รางวัลและสาวน้อยคนนี้ กลับมาเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟน เพลงทั่วโลกอีกครั้งกับผลงานอัลบัม Under My Skin การกลับมาของเธอ ได้กลับมาด้วยความเป็นตัวของตังเอง มากขึ้นและ แสดงถึงความเป็น ผู้หญิงที่มากขึ้น โดย มีเพลงติดหูอย่าง Don't Tell Me ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพลัง ความแข็งแกร่งของผู้หญิง นอกจากนั้นยังมีเพลง ที่ใช้กีตาร์ 3 คอร์ดอย่าง He Wasn't , Who Knows , Freak Out เพลงจังหวะสนุกที่มีเนื้อหา ในแง่บวกอย่าง สำหรับคนที่ชอบทำนอง และเนื้อหาหนักๆ ตามด้วย เพลงอารมณ์เศร้าอย่าง Forgotten และ Nobody's Home ทั้ง 2 เพลงนี้เผยให้เห็นภาพของ อาวริล ในแง่มุมที่เศร้าหมอง สาวน้อยชาว แคนาดากล่าว "2 ปีที่ผ่านมานี้รู้ว่า ตัวเองโตขึ้นมาก ได้พบและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ประสบการณ์ทั้งดีและร้าย เพลงในงาน ชุดนี้จะบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมา..." จนทำให้ผลงานเพลง ในอัลบัม Under Mys Skin เปลี่ยนมุมมองของผู้คน ที่มองเธอเป็น สาวน้อยในแง่ร้าย ตลอดมากล่าวยอมรับว่า “ฉันว่าตอนนี้การมองโลกของฉัน เปลี่ยนไปแล้ว" ส่วนเพลงบรรเลงของเปียโนอย่าง Together และ Forgotten แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการ และความเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี และช่วยลบภาพ ลักษณ์ทอมบอยแล้ว “ออกจะเป็นผู้หญิงเต็มตัว เป็นคน โรแมนติกอย่างเหลือเชื่อ และก็เป็นคนหัวโบราณ มากจนน่าแปลกใจด้วยล่ะค่ะ”
 

Favorite Movies

He Wasn't CD Single



ชนิดสื่อ : CD Single โซนจำหน่าย : ทั่วโลก วันวางจำหน่าย : 2/กุมภาพันธ์/2005 อัลบัม : Under My Skin
รายละเอียด : "He Wasn't" ซิงเกิลกวนๆของสาวซ่า ออกแล้ว มาพร้อมกับเพลง He Wasn't ในเวอร์ชั่น ต่างๆ และมีวิดีโอเพลงกวนๆมาให้ดูกันอีกด้วย
แทร็ก : 01. He Wasn't (Album Version) 02. He Wasn't (Live Full Band Performance) 03. He Wasn't (Live Acoustic Version) 04. Music Video He Wasn't

Nobody's Home CD Single



ชนิดสื่อ : CD Single โซนจำหน่าย : ทั่วโลก วันวางจำหน่าย : 16/กันยายน/2004 อัลบัม : Under My Skin
รายละเอียด : "Nobody's Home" ซิงเกิลแนวชีวิตที่ อาจทำให้คุณรู้สึกได้ ได้วางขายพร้อม เพลงพิเศษ I Always Get What I Want และ Nobody's Home (Live Acoustic)
แทร็ก : 01. Nodoby's Home 02. Nobody's Home (Live Acoustic) 03. Knockin' On Heavens Door 04. I Always Get What I Want

My Happy Ending CD Single



ชนิดสื่อ : CD Single โซนจำหน่าย : ยุโรป วันวางจำหน่าย : 10/สิงหาคม/2004 อัลบัม : Under My Skin
รายละเอียด : "My Happy Ending" ซีดีซิงเกิลที่ว่า จำหน่ายในแถบยุโรป ที่ให้เพลงเพิ่มพิเศษมากมาย กว่าที่วางขายในแถบอื่น เช่น Take Me Away (Live Acoustic) และ Take It
แทร็ก : 01. My Happy Ending (Album Version) 02. My Happy Ending (Live Acoustic Version) 03. Take Me Away (Live Acoustic) 04. Take It 05. Music Video My Happy Ending

My Happy Ending CD Single



ชนิดสื่อ : CD Single โซนจำหน่าย : ญี่ปุ่น วันวางจำหน่าย : 10/สิงหาคม/2004 อัลบัม : Under My Skin
รายละเอียด : "My Happy Ending" ซิงเกิลที่สาวๆ หลายๆท่านชอบฟัง ซีดีซิงเกิลตัวนี้มาพร้อม เพลง Don't Tell Me ที่ร้องสดพร้อมดีดกีต้า แบบ Acoustic
แทร็ก : 01. My Happy Ending (Radio Edit) 02. My Happy Ending (Album Version) 03. Don't Tell Me (Live Acoustic)

Don't Tell Me CD Single



ชนิดสื่อ : CD Single โซนจำหน่าย : ทั่วโลก วันวางจำหน่าย : 27/เมษายน/2004 อัลบัม : Under My Skin
รายละเอียด : "Don't Tell Me" ซิงเกิลแรกที่ได้เปิดตัว ไปในปี 2004 ในซีดีซิงเกิลชุดนี้ มาพร้อมกับเพลง Don't Tell Me (Live Acoustic Version) และ้เพลง Take Me Away เพลงแรกในอัลบัม Under My Skin
แทร็ก : 01. Don't Tell Me 02. Don't Tell Me (Live Acoustic Version) 03. Take Me Away

Let Go



"ฉันจะเป็นตัวของตัวเองฉันเขียนอย่างที่ฉัน รู้สึก ฉันไม่เคยกังวลว่าใครจะคิดยังไง" อาวริล ลาวิญ (Avril Lavigne) สาวน้อยวัย 17 ปี จากแคนาดากล่าวไว้
อาวริล ลาวิญ ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น ในวงการดนตรีร็อคตั้งแต่ฤดูร้อนปี พ.ศ. 2545 ด้วยผลงานเพลงแรก คอมพลิเคทิด (Complicated) ในอัลบัม Let Go ซึ่งปรับเปลี่ยนทางของดนตรี ป็อบให้เป็นไปในมิติที่แตกต่างจากเดิม
อาวริลเป็นลูกคนกลางในบรรดาพี่น้อง 3 คน ของครอบครัวในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ นาพานี ใน ออนตาริโอ ประเทศแคนาดา เธอมีความมุ่งมั่นในดนตรีร็อค ของหนูน้อยเป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วไป ตั้งแต่อายุประมาณ 2 ขวบ และก่อนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนต้น เล่นกีต้าร์และเขียนเพลงไว้มากมาย ทั้งวงประสานเสียงของโบสถ์ งานเทศกาลและ งานเฉลิมฉลองท้องถิ่นต่าง และโชคดีที่บุคคลสำคัญของ อริสต้า เร็คคอร์ดส (Arista Records) แอนโตนิโอ แอล.เอ.รีด (Antonio LA Reid) คือ หนึ่งในผู้ที่ได้ฟังน้ำเสียงของ อาวริล จึงยื่นข้อเสนอ ในการทำผลงานเพลง และทำให้เส้นทางความฝันบนถนนดนตรี ของสาวน้อยวัย 16 ปี เป็นจริง
อาวริลมักเชื่อมั่นในความคิดของ ตนเองสำหรับการจุด ประกายความสร้างสรรค์ ทางดนตรีและการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ตัดสินใจมุ่งหน้า ต่อไปยัง ลอส แองเจลลิส และ เน็ตเวิร์ค จึงคว้าตัวเธอเอาไว้ได้ในที่สุด คลิฟ แม็กเนสส์ โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลง ให้กับ เซลีน ดิออน , วิลสัน ฟิลลิปส์ , ชีนา อิสตัน ได้ปรับเสียงแต่งทำนองเพลงของ อาวริล และแล้ว Let Go จึงเป็นอัลบัม ที่มีเพลงฮิตซึ่งติอันดับ Top10 ได้อย่างไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็น Sk8er Boi , I’m With You , Losing Grip ก็ตาม

Losing Grip DVD Single



ชนิดสื่อ : DVD Single โซนจำหน่าย : อเมริกา/ยุโรป วันวางจำหน่าย : ไม่มีรายละเอียด อัลบัม : Let Go
รายละเอียด : ซีดีซิงเกิล Losing Grip ที่มาพร้อมกับ สมุดภาพ และเพลง Complicated จากอัลบัม Let Go
แทร็ก : 01. Losing Grip 02. Complicated 03. Photo Gallery

I'm With You CD Single



ชนิดสื่อ : CD Single โซนจำหน่าย : อเมริกา/ยุโรป วันวางจำหน่าย : 2003 อัลบัม : Let Go
รายละเอียด : ซีดีซิงเกิล I'm With You ที่มีบันทึก เสียงการแสดงสดขอเพลง I'm With You และ Unwanted แล้วก็มี วิดีโอเพลง I'm With You ซึ้งๆ
แทร็ก : 01. I'm With You 02. I'm With You (Live) 03. Unwanted (Live) 04. Music Video I'm With You

Sk8er Boi DVD Single



ชนิดสื่อ : DVD Single โซนจำหน่าย : ยุโรป วันวางจำหน่าย : 2003 อัลบัม : Let Go
รายละเอียด : ซีดีซิงเกิล Sk8er Boi ในแถบอเมริกา ที่มีสารคดีความเป็นมาของอาวริล Day In The Life และสมุดภาพ
แทร็ก : 01. I'm With You 02. Sk8er Boi 03. Day In The Life 04. Comercals Let Go 05. Photo Gallery

Sk8er Boi CD Single



ชนิดสื่อ : CD Single โซนจำหน่าย : ยุโรป วันวางจำหน่าย : 2002 อัลบัม : Let Go
รายละเอียด : ซีดีซิงเกิล Sk8er Boi ที่จำหน่ายใน ทวีปยุโรป แถมเพลง Nobody's Fool จากอัลบัม Let Go และวิดีโอเพลง Sk8er Boi
แทร็ก : 01. Sk8er Boi 02. Get Over It 03. Nobody's Fool 04. Music Video Sk8er Boi

Sk8er Boi CD Single



ชนิดสื่อ : CD Single โซนจำหน่าย : ออสเตรเลีย วันวางจำหน่าย : 2002 อัลบัม : Let Go
รายละเอียด : ซีดีซิงเกิล Sk8er Boi ที่จำหน่ายใน ทวีปออสเตรเลีย มีเพลง B-Side เพลง Get Over It และบันทึกเสียงการแสดงสด
แทร็ก : 01. Sk8er Boi 02. Get Over It (Previously Unreleased) 03. Nobody's Fool (Recorded Live in Vancouver Z95)

Complicated CD Single



ชนิดสื่อ : CD Single โซนจำหน่าย : ยุโรป วันวางจำหน่าย : 2002 อัลบัม : Let Go
รายละเอียด : ซีดีซิงเกิล Complicated ที่มีพร้อม กับ เพลง B-Side เพลง Why และวิดีโองเพลง Complicated
แทร็ก : 01. Tom Lord Alge Mix 02. I Don't Give 03. Why 04. Complicated Music Video

Complicated CD Single



ชนิดสื่อ : CD Single โซนจำหน่าย : อเมริกา/ยุโรป วันวางจำหน่าย : 2002 อัลบัม : Let Go
รายละเอียด : ซีดีซิงเกิล Complicated ที่มีพร้อม กับ เพลง B-Side เพลง Why และวิดีโองเพลง Complicated
แทร็ก : 01. Tom Lord Alge Mix 02. I Don't Give 03. Why 04. Complicated Music Video

Bonez Tour 2005 Live at Budokan



ตัวแทนจำหน่าาย : Arista/BMG Japan ชนิดสื่อ : DVD9 วันวางจำหน่าย : 07/12/2005 ความยาว : 70 นาที รายละเอียด : เป็น คอนเสิร์ต ของอาวริลภายใต้ ชื่อ Bonez Tour 2005 ซึ่งแสดงสดที่ Budokan ในประเทศญี่ปุ่น และดีวิดี คอนเสิร์ต นี้ผลิตและวาง จำหน่าอยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่มีการ นำเข้ามาจำหน่ายภายในประเทศ ไทย
รายชื่อแทร็ก : He Wasn't, My Happy Ending, Take Me Away, Freak Out, Unwanted, Anything But Ordinary, Who Knows, I'm With You, Losing Grip, Together, Forgotten, Tomorrow, Nobody's Home, Fall To Pieces, Don't Tell Me, Sk8er Boi, Complicated e Slipped Away.
อื่นๆ : มีเบื้องหลังก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่มต้นขึ้น และการ จำหน่ายเสื้อผ้า สินค้าที่มีสัญลักษณ์ของอาวริล และ ภายในกล่อง ดีวิดียังมีพวงกุญแจเล็กๆ แถมมาให้ด้วย

My World 181



ตัวแทนจำหน่าาย : Arista/BMG ชนิดสื่อ : DVD9+CD วันวางจำหน่าย : 11/04/2003 ความยาว : 105 นาที รายละเอียด : วิดีโอบันทึกภาพคอนเสิร์ตของอาวริล ที่แสดงสดที่ Buffalo ในเมื่อง New York เมื่อปี 2003 ภายใต้ชื่อทัว Try To Shut Me Up
รายชื่อแทร็กในดีวิดี : Sk8er Boi, Nobody's Fool, Mobile, Anything But Ordinary, Losing Grip, Naked, Too Much to Ask, I Don't Give, Basketcase, My World, I'm With You, Complicated, Unwanted, Tomorrow, Knockin' On Heaven’s Door, Thing's I'll Never Say.
รายชื่อแทร็กในซีดี : Fuel (Audio Master From MTV Icon Performance), Basketcase (Recorded Live From Dublin), Unwanted (Recorded Live From Dublin), Sk8er Boi (Recorded Live From Dublin), Unwanted (Recorded Live From Dublin), Why (B-side-Track)
อื่นๆ : มีวิดีโอเพลง Complicated, I’m With You, Sk8er Boi, Losing Grip และ Knockin' On Heaven's Door และยังมี Photo Gallery มีวิดีโอ หลุดๆของอาวริลมาให้ดูด้วย

He Wasn't



แทร็กที่ : 03 ออกฉาย : 24/01/2005 ความยาว : 2.54 นาที ผู้กำกับ : The Malloysl สถานที่ถ่ายทำ : New York
ฝันไปหรือเปล่าที่ คิดว่าอาวริลจะทิ้งนิสัยสาว ซ่าแสบ ปรากฏว่าเธอไม่ทิ้งนิสัยนั้นเลย พร้อมกลับยิงซิงเกิล ตัวสุดท้าย He Wasn't ที่ออกลายสาวซ่า น่ารัก อย่างสุดฤทธิ์ ที่มาพร้อมกับ วิดีโอที่มีภาพเน้นสีสัน ตัดสีขาวแบบฉูดฉาด ประกอบกับการแสดงตลก ในวิดีโอที่เพียงพอที่จะเรียกเสียง ฮา 555+ ให้กับ แฟนเพลงได้มากมาย

Nobody's Home



แทร็กที่ : 07 ออกฉาย : 07/2004 ความยาว : 3.37 นาที ผู้กำกับ : Diana Martel สถานที่ถ่ายทำ : Los Angeles
Nobody's Home เพลงในมุมเศร้าหม่อง ของอาวริลซิงเป็นซิงเกิลที่ 3 แม้จะไม่ได้อยู่ ในชาร์ตที่สูงๆ แต่วิดีโอเพลงนี้ ได้ทำีฉีกแนวสาว ซ่าของอาวริล ออกไปหมดจด กับบทบาทที่เธอ ต้องแสดงเป็น หญิงที่หนีออกจากบ้าน และหาทางกลับบ้านไม่ได้ และไม่มีทางออก สำหรับอนาคตข้างหน้า ที่จะที่จะมาถึง
วิดีโอเพลงนี้ยังมีหญิงสาวอีกคน ในฟิมล์เก่า ซึ่ง ไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่าง หรือ อาจเป็นเพียง การเปรียบเทียบ เท่านั้น

My Happy Ending



แทร็กที่ : 06 ออกฉาย : 07/2004 ความยาว : 4.00 นาที ผู้กำกับ : Meiert Avis สถานที่ถ่ายทำ : Los Angeles
เพลงปลอบใจหญิงสาวที่ออกหัก แบบซึ้งๆของ ซิงเกิลที่ 2 ของอาวริล ในอัลบัม Under My Skin ที่กลายเป็นเคลื่อนสุดฮิต ของผู้หญิงวัยรุ่นหล่ายๆ คนที่บอกว่า มันเพราะอย่างบอกไม่ถูก จากการ สำรวจการคลิกดูวิดีโอเพลง My Happy Ending นั้นมีจำการคลิกดู นับได้มากกว่า 5000 ครั้ง ซึ่งเถอะว่าเยอะจริงๆ
ในวิดีโอเพลงแสดงความโตเป็นสาว ของอาวริล อย่างมากอีกด้วย

Don't Tell Me



แทร็กที่ : 03 ออกฉาย : 03/2004 ความยาว : 3.26 นาที ผู้กำกับ : Liz Friedlander สถานที่ถ่ายทำ : Los Angeles
Don't Tell Me เป็นซิงเกิลตัวแรก ของอัลบัม Under My Skin ที่เปิดตัวในเดือน เมษายนเมื่อปี 2004 ที่มีเนื้อหาเสริม ความแข็งแกร่งให้หญิง สาวยุคใหม่ และได้ติดอันดับสูงสุดเป็นอันดับ ที่ 1 ของบิลบอร์ด
ในตัววิดีโอเพลงเอง อาวริลรับบท เป็นหญิงสาว ที่แสดงออกถึงความห้าวอย่าง ที่เธอเป็นอยู่ใน ลักษณะที่สร้างความ เชื่อมั่นใน ตัวหญิงสาวยุค ใหม่ว่า จงอย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ

Knockin' On Heaven's Door



ออกฉาย : 2003 ความยาว : 02.48 นาที ผู้กำกับ : Moh Azima สถานที่ถ่ายทำ : Studio
เพลงนี้เป็นเพลงพิเศษที่อาวริลร้อง การกุศลแก่ องค์กร War Child ที่ช่วยเหลือเด็กยากไร้ และด้วยโอกาส ในประเทศที่ยากจน ในแอฟาริกา
วิดีโอเพลงนี้ถ่ายทำขณะที่เธออัดเสียงอยู่พอดีเลย ซึ่งมี่นักร้องร็อครุ่นเก๋า Alanis Morissette ที่อาวริลชื่นชมเป็น อย่างมากมาช่วยในการ ทำ ผลงานเพลงนี้ ส่วนคนที่เล่นกีต้าให้ก็เป็น Evan Davis Taubenfeld เพื่อนและพี่ชายในวง เก่าของเธอ

Losing Grip



แทร็กที่ : 01 ออกฉาย : 2003 ความยาว : 03.54 นาที ผู้กำกับ : Liz Friedlander สถานที่ถ่ายทำ : Los Angeles
สาวร็อคออกโรงเต็มตัว ของเธอ ในวิดีโอเพลง Losing Grip เป็นวิดีโอเพลงเดียว ที่จะเห็น อาวริล ร้องเพลงในแบบนักร้องเพลง ร็อคทั่วไป เขาทำกันก็คือ ออกท่าทางที่ห้าวหาญ และเรียก เสียงจากผู้ชม หรือกระโดดจากเวทีให้ ผู้ชมข้าง ล่างเค้ารอรับ แล้วก็โยนกลับเวทีเหมือนเดิม
เชื่อไหมว่าอาวริลในวิดีโอเพลงนี้ จะไม่มีท่าทีที่ ดูซ่าและ ทำอะไรเล่นๆ เหมือนก่อนๆเลย

I'm With You



แทร็กที่ : 04 ออกฉาย : 2002 ความยาว : 03.46 นาที ผู้กำกับ : David LaChapelle สถานที่ถ่ายทำ : California
วิดีโอเพลงช้าๆ ในอัลบัม Let Go เพลง I'm With You ที่ถ่ายทำในช่วงเวลา กลางคืนที่รัฐ California สิ่งที่ต่างไปจาก วิดีโอเพลงอื่นๆ ก็คือ เพื่อนๆ นักดนตรีในวงของเธอที่ร่วมแสดงด้วย จะทำท่าทางการเล่นเครื่อง ดนตรีในแบบล่องหน ส่วนอาวริล ก็จะเดินไปตามทางถนนที่หนาว เย็น ไรผู้คน ตรงตามความหมาย ในเนื้อเพลง และยังมีฉากในผับแห่งหนึ่ง ที่อาวริลจะแสดงในนิสัย ที่เป็นตัวของเอง

Sk8er Boi



แทร็กที่ : 03 ออกฉาย : 2002 ความยาว : 03.35 นาที ผู้กำกับ : Francis Lawrence สถานที่ถ่ายทำ : ใจกลาง Los Angeles, CA
สร้างค่านิยมแฟชั่นใหม่ กับเสื้อยืดธรรมดาผูก เน็คไท ในแบบเท่ๆ ในวิดีโอเพลง Sk8er Boi ที่อาวริลผูก เน็คไทแสดง เป็นการสร้างกระแส แฟชั่นใหม่ในวัยรุ่น และนี่ทำให้ทุกคน มองว่าเธอ เป็นทอมบอยนั่นเอง
วิดีโอเพลง Sk8er Boi ถ่ายทำ 2 สถานที่ และถือว่าเป็นวิดีโอเพลง ที่มีการลงทุนสร้าง มากที่สุด ในอัลบัมแรกของเธอก็ว่าได้ เคยมีเบื้องหลังวิดีโอเพลงฉายใน MTV ในอเมริกา

Complicated



แทร็กที่ : 02 ออกฉาย : 2002 ความยาว : 04.14 นาที ผู้กำกับ : The Malloys สถานที่ถ่ายทำ : Griffith Park, CA
ซิงเกิลที่ทำให้อาวริล ดังเป็นพลุแตก ในปี 2002 กับซิงเกิล Complicated ที่สร้างกระแส เพลงป็อปพังค์ ด้วยเนื้อหาแสดงออกถึงความเป็น ตัวเด็กสาวที่มีความเป็นตัวของตัวเอง และลึกลับ ซับซ้อนในวัยรุ่น
สถานที่ถ่ายทำ ถ่ายทำที่ Griffith Park ซึ่งอาวริลได้รับของกำนัลในห้าง เป็นสร้อยคอ Osiris ฟรี

Over The Hedge



ชื่อไทย : แก๊งค์สี่ขา ข้ามป่ามาป่วนเมือง ภาคเสียงเป็น : Heather ลักษณะภาพยนตร์ : Animation / Comedy / Family เว็บไซด์ : http://www.overthehedgemovie.com ผู้กำกับ : Tim Johnson/Karey Kirkpatrick เขียนโดย : Len Blum, Lorne Cameron/David Hoselton/Karey Kirkpatrick/Michael Fry/T. Lewis เรทภาพยนตร์ : PG ความยาว : 83 นาที
เนื้อเรื่องย่อ : เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง เวิร์น และเพื่อนๆ ชาวป่าของเขาตื่น ขึ้นมาจากการงีบหลังในช่วงฤดูหนาว อันยาวนาน เพื่อจะพบว่ามีรั้วสีเขียวใหญ่ยักษ์โผล่ขึ้นมา อย่างที่ทุกคน คิดไม่ถึง กลางเคหสถานที่เคยเป็นป่า ธรรมชาติของพวกเขา และแล้ว อาร์เจ (บรูซ วิลลิส) แร็กคูนจอมฉวยโอกาส ได้ก้าวเข้ามาและอธิบายว่าโลกที่อยู่นอก รั้วแห่งนี้ คือประตูที่เปิดไปสู่ชีวิตที่ดี ที่ซึ่งสิ่งมีชีวิต ลักษณะแปลกๆ ที่เรียกกันว่ามนุษย์มีชีวิตอยู่เพื่อกิน แทนที่จะเป็นการกินเพื่ออยู่ด้วยความสงสัยและอิจฉา อาร์เจอยู่เล็กน้อย เวิร์นที่เป็นพวกขี้ระแวงอยู่แล้ว อยากจะให ้ครอบครัวที่ผสมผสานไปด้วยสัตว์นานาพันธุ์ของเขาอยู่รอดปลอดภัยภายในฝั่งของพวกเขา แต่เพื่อพิสูจน์ สุภาษิตที่ว่า ขยะของคนๆ หนึ่งคือขุมทรัพย์ของคนอีกคนหนึ่งหรือของสัตว์ อาร์เจจอมเจ้ากี้เจ้าการมีเหตุผล บางอย่างที่อยากจะกล่อมให้เพื่อนสัตว์ชาวป่าเชื่อว่าไม่มีอะไรต้องหวาดกลัว และพวกเขาจะมีทุกอย่าง ที่จะได้รับจากเพื่อนบ้านใหม่ที่เอาแต่ใจตัวเองจนเกินควร
เกร็ดเล็กน้อย : สร้างจากการ์ตูนเรื่องยาว ซึ่งเป็นผลงานที่แต่งโดย ไมเคิล ฟราย (Michael Fry) และวาดภาพโดย ที ลูอิส (T. Lewis) หนังสือการ์ตูนเรื่องนี้เปิดตัวในเดือนมิถุนายน ปี 1995 เนื้อเรื่องนั้นเล่าถึงแรคคูนชื่อ อาร์เจ (RJ) และ เต่าชื่อ เวิร์น (Verne) ทั้งคู่ได้ละทิ้งป่าชั่วคราว และพยายาม จะมีชีวิตรอดในเมืองของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี โดยฉบับการ์ตูนนี้มี 4 ตอนด้วยกัน คือ Over The Hedge , Over The Hedge 2 ,Over The Hedge 3: Knights of the Picnic Table และ Over The Hedge: Stuffed Animals

Fast Food Nation



รับบทเป็น : Alice ลักษณะภาพยนตร์ : Drama เว็บไซด์ : http://www.fastfoodnation-movie.com ผู้กำกับ : ริชาร์ด ลิงก์เลเทอร์ (Richard Linklater)
Fast Food Nation เป็นภาพยนตร์ที่แสดงให้เห็นถึง ผลเสียที่เกิดจากฝีมือของมนุษย์ ที่นำมาซึ่งการตัดไม้ ทำลายป่าตามด้วย การทำลายธรรมชาติ โดยภาพยนตร์ เรื่องนี้เน้นในทิศทางสอน ให้วัยรุ่นยุคใหม่รู้จักเลือกรับ ประทาน รู้จักรักบ้านเกิด และยังสอนให้มีความคิด สามัคคีกันในหมู่คณะ
อาวริล ลาวิญได้รับบทเป็นเพื่อนสาว หนึ่งในหมู่คณะต่อ ต้านการฆ่าสัตว์ ที่พยายามทุกวิธีที่จะ ช่วยสัตว์ในเมือง ของเธอให้รอดพ้น จากการนำไปทำเป็นอาหาร

The Best Damn Thing



แม้จะแต่งงานแต่งการให้ ช็อควงการเล่น ไปก่อนหน้า นี้แต่สาวซ่า อาวริล ลาวิญ ก็ไม่ได้มีปัญหาใดๆอะไร และปล่อย ผลงานเพลงชุดใหม่ที่มีชื่อว่า The Best Damn Thing ออกมา พร้อมๆกับซิงเกิลแสบๆ Girlfriend ที่กระโดดขึ้นอันดับ 1 ของ ช่องรายการเพลงต่างๆมากมาย นานหลายสัปดาห์ก็ว่าได้ และเป็นซิงเกิลที่ขายดีติดอันดับ 1 ใน 100 ได้อย่างน่าประหลาด และยังไม่พอเท่านี้ตัวอัลบัม เองก็ได้กลายเป็นอัลบัมที่ ขายดีอันดับ 1 ของบิลบอร์ดไปด้วย
อาวริลได้ห่างหายจากวงการร่วมปีพร้อมกับ ข่าวใหญ่เมื่อ ปีกลาย เมื่อเธอประกาศจูงมือ Deryck Whibley แห่ง Sum41 เข้าพิธีแต่งงาน จากนั้นไม่นานก็มีข่าว ลือต่างๆนาๆ มากมาย แต่มันก็ไม่ได้หยุดเธอไว้ และเธอก็ปล่อยอัลบัม The Best Damn Thing ออกมาจนสร้างกระแส ความฮิตอีกเช่นเคย สามีของเธอ ได้ระบุว่าเธอ แต่งเพลง ไว้มากมายแต่เธอ จะเลือกเพียงแต่เพลงที่ดี ที่สุดเอามาลง ในอัลบัมของเธอ
ในอัลบัมนี้เพลงของอาวริล ลาวิญสาวน้อยชาว แคนาดาที่มี ความเชื่อมั่นในตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง ได้ผลิตผลงาน เพลงในจังหวะที่แต่งต่างไป มีจังหวะที่เร็วขึ้นแสดงได้ถึง ความเป็นตัวเองเต็ม 100 เปอร์เซ็น ไม่ว่าจะเป็นเพลง I Can Do Better , Everything Back But You และถ้าหากคิดว่าจะไม่มีเพลงช้าๆเลยหรือ คุณอาจคิดผิดไป แล้ว เพลงช้าที่เธอแต่ก็มี Innocence และ When You'er Gone ที่จะออกตามเป็นซิงเกิลที่ 2 ต่อจาก Girlfriend และจะทำอันดับได้ดีกว่า ซิงเกิลแรกหรือไม่นั้น ต้องติดตาม กันต่อไป

 

Favorite TV Shows



Wedding



อาวริล ลาวิญ กับเดรีค วิบลีย์ นักร้องนำวงร็อก Sum 41 สองนักร้องชาวแคนาดาแต่งงานกัน เมื่อบ่ายวันเสาร์ (15 ก.ค. 49) ที่เมืองมองเตซิโต ชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย ห่างจากแอลเอไป 140 ก.ม.
เจ้าสาวใส่ชุดของดีไซเนอร์ เวรา หวังทำพิธีท่าม กลางแขก 110 คน ที่ส่วนใหญ่เป็นเพื่อน และญาติจากออนตาริโอ บ้านเกิดของทั้งคู่ โดยจัดงานเลี้ยงกันกลางแจ้ง อาวริลวัย 21 กับวิบลีย์วัย 26 อยู่ด้วยกันมาราว 2 ปี และหมั้นกันที่เวนิซ อิตาลี เมื่อเดือน มิ.ย. 49 ปีที่แล้วตอนที่อาวริล สิ้นสุดทัวร์คอน เสิร์ตในยุโรปนักร้อง สาวยังโชว์รอยสักสีชมพู ตัวอักษร D ที่ข้อมือขวา ซึ่งหมายถึงคนรักที่เป็น ทั้งมือกีตาร์และนักร้องนำของวงร็อกจาก แคนาดา เจ้าของอัลบั้มฮิตมัลติแพลตตินัม All Killer No Filler อาวริลกำลังทำอัลบั้มที่ 3 หลังประสบความสำเร็จจากอัลบั้มแรก Let Go ที่ขายได้ 14 ล้านแผ่น และ Under My Skin ที่ได้เข้าชิงแกรมมี่ทั้งคู่ หนุ่มๆ หลายคนคง เสียดายเธอช่างแต่งงานเร็วเสียจริง... อย่างไรก็ขอให้มีความสุขกันทั้งคู่นะครับ Happy Ending



 

Favorite Books





BEFORE TO THE STAR
• ฉันจะเป็นตัวของตัวเอง ฉันเขียนอย่างที่ฉันรู้สึก ฉันไม่เคยกังวลว่าใครจะคิดยังไง อาวริล ลาวีน (Avril Lavigne)
• อาวริล ลาวีน (Avril Lavigne) โดดเด่นและได้รับความนิยม อย่างท่วมท้นในวงการดนตรีร็อค ตั้งแต่ฤดูร้อนปี พ.ศ. 2545 ด้วยผลงานเพลงแรก คอมพลิเคทิด (Complicated) ซึ่งปรับเปลี่ยนทางของดนตรีป็อบให้เป็นไปในมิตที่ แตกต่างจากเดิม ลาวีน (Lavigne) ในวัย 17 ปี ขณะนั้นดูเหมือนจะไม่แยแสกับ กระแสเพลงป็อบครองเมือง และด้วยความมั่นใจเช่นนั้นเองก็ทำให้ความเป็น ดวงดาวจรัสแสง ในตัวเธอเปล่งประกายออกมา
•ลาวีน เป็นลูกคนกลางในบรรดาพี่น้อง 3 คน ของครอบครัวในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ นาพานี ใน ออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ความมุ่งมั่นในดนตรีร็อคของหนูน้อยเป็นท ี่จับตามองของ ผู้คนทั่วไปตั้งแต่อายุประมาณ 2 ขวบ และก่อนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนต้นเล่นกีต้าร์ และเขียนเพลงไว้มากมาย ทั้งวงประสานเสียงของโบสถ์ งานเทศกาลและ งานเฉลิมฉลองท้องถิ่นต่างเปิด เวทีให้สาวน้อยวัยสดใสคนนี้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ และโชคดีที่บุคคลสำคัญของ อริสต้า เร็คคอร์ดส แอนโตนิโอ แอล.เอ. รีด คือ หนึ่งในผู้ที่ได้ฟังน้ำเสียงของ ลาวีน จึงยื่นข้อเสนอในการทำผลงานเพลง และทำให้เส้นทางความฝันบนถนนดนตรีของสาวน้อยวัย 16 ปี เป็นจริง
• ด้วยความช่วยเหลือของ รีด และการได้อาศัยใน อพาร์ทเม้นท์ใหม่ ณ แมนฮัตตัน ลาวีน พบว่าตนเองอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไป ด้วยนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์มือฉกาจ แต่นั่นหา ได้เป็นความน่าประทับใจที่เพียงพอ สำหรับสาวน้อยคนนี้ใน การสร้างสรรค์ผลงานดนตรีต่อไป ลาวีน มักเชื่อมั่นในความคิดของตนเองสำหรับการจุดประกายความสร้างสรรค์ ทางดนตรีและการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งนั่นไม่ได้เป็น สิ่งที่เป็นไปตามแผนงาน แม้ ลาวีน จะไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไร แต่ได้ตัดสินใจมุ่งหน้าต่อไปยัง ลอส แองเจลลิส และ เน็ตเวิร์ค จึงคว้าตัวเธอเอาไว้ได้ในที่สุด คลิฟ แม็กเนสส์ โปรดิวเซอร์/นักแต่งเพลง ให้กับ เซลีน ดิออน, วิลสัน ฟิลลิปส์, ชีนา อิสตัน ได้ปรับเสียงแต่งทำนองเพลงของ ลาวีน และ เล็ท โก (Let Go) ก็เป็นเพลงแรกที่ได้รับการปรับแต่งขึ้นใหม่ ซิงเกิ้ลต่าง ๆ เช่น คอมพลิเคทิด และ สเก็ทเทอร์ บอย ( Sk8er Boi ) ต่างทะยานขึ้นสู่อันดับเพลงฮิตท็อปเท็น ขณะที่ แอม วิธ ยู (Im With You) และ ลอสซิ่ง กริพ (Losing Grip) ก็กลายเป็น เพลงทางคลื่นวิทยุ บุทช์ วอล์คเกอร์ (Butch Walker) แห่ง วงเดอะ มาร์เวลลัส 3 (The Mavelous 3) เรน ไมด้า (Raine Maida) นักร้องนำของ วงอาวเวอร์ เลดี้ พีซ (Our Lady Peace) และ ดอน กิลมอร์ (Don Gilmore) แห่ง ลินคิน พาร์ค (Linkin Park) และ กู๊ด ชาร์ล็อตต์ (Good Charlotte) เซ็นสัญญาร่วมกัน โปรดิวซ์ผลงานชุดที่ 2 ของ ลาวีน และ Under My Skin ปรากฏสู่สายตาแฟนเพลง ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2547
• เป็นตัวของตัวเองอย่างไม่เกรงใจใคร โดนใจคนฟังอย่างจัง คือ คำนิยามของผลงานเปิดตัวที่มีชื่อว่า เล็ท โก (Let Go) ในปี พ.ศ. 2545 เนื้อเพลงในชุดนี้สร้างความมั่นใจให้หญิงสาวรุ่นใหม่ ประกอบกับท่วง ทำนองดนตรีที่ผู้ฟังชอบใจ จนยอดจำหน่ายพุ่งไปถึง 14 ล้านแผ่น และยังได้เข้าชิง รางวัลแกรมมี่ 8 รางวัล สาวน้อยคนนี้กลับมา เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนเพลงทั่วโลก อีกครั้งกับผลงานชุด Under My Skin แต่ถ้าผู้ฟังคิดว่าจะได้เห็น ลาวีน ในแบบเดิม ๆ ล่ะก็ คงต้องผิดหวังแน่นอน เพราะเธอไม่ใช่คนที่จะหยุดนิ่งเพียงเพราะเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว
• Under My Skin ประเดิมด้วยเพลงสุดเจ๋งอย่าง Take Me Away และ Together ซึ่งนำทางมาสู่เพลงที่มีท่อนบรรเลงกีตาร์สุดมัน และเนื้อเพลงติดหูอย่าง Don't Tell Me ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพลังความแข็งแกร่งของผู้หญิง เสริมต่อจากเพลง คอมพลิเคทิด ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีเพลงที่ใช้กีตาร์ 3 คอร์ดอย่าง He Wasn't เพลงจังหวะสนุกที่มีเนื้อหาในแง่บวกอย่าง Who Knows และ Freak Out สำหรับคนที่ชอบทำนองและเนื้อหาหนัก ๆ ตามด้วยเพลงอารมณ์เศร้าอย่าง Forgotten และ Nobody's Home ทั้ง 2 เพลงนี้เผยให้เห็นภาพของ ลาวีน ในแง่มุมที่เศร้าหมอง
• สาวน้อยแห่งเมืองนาพานีกล่าวว่า ...2 ปีที่ผ่านมานี้รู้ว่าตัวเองโตขึ้นมาก ได้พบและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ประสบการณ์ทั้งดีและร้าย เพลงในงานชุดนี้จะบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมา... โดยการร่วมมือกับโปรดิวเซอร์อย่าง บุท์ช วอล์คเกอร์ (Butch Walker) แห่ง วงมาร์เวลลัส 3 (Marvelous 3) เรน ไมด้า (Raine Mida) แห่ง วง Our Lady Peace และ ดอน กิลมอร์ (Don Gilmore) แห่ง วงลินคิน พาร์ค (Linkin Park) และ เพิร์ล แจม (Pearl Jam) ทั้งยังเขียนเพลงหลายเพลงในผลงานชุดนี้ด้วย พร้อมเล่าให้ฟังต่อว่า ...ตอนกลับมาที่โตรอนโตจากการทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป ไม่มีใครรู้หรอก หลายคนสงสัยว่า คงหมดเรื่องใช้เขียนเพลงแล้ว แต่จริงๆ มีอะไรให้เขียนอีกเยอะเลย...
• หลังจากที่ได้รับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อนนักร้อง นักแต่งเพลงชาวแคนาดา ชองทาล คีฟเวียซุค (Chantal Kreviazuk) ทั้งสองเริ่มสนิทกันและร่วมกันแต่งเพลง ผลงานของทั้งคู่ไปได้สวยทีเดียว ...มีอยู่คืนหนึ่งเรานัดแต่งเพลงกัน มารู้ตัวอีกทีเราก็ได้เพลงมาหนึ่งเพลงแล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่าตอนนั้นฉันทำอะไรอยู่... ลาวีน กล่าว สองคู่หูเขียนเพลงอีกหนึ่งเพลงในเวลาต่อมา ...เราแต่งเพลงได้ 12 เพลง ภายในเวลา 2 อาทิตย์แน่ะค่ะ... ไฟของ ลาวีน และ ชองทาล (Chantal) กำลังลุกโชน และในฤดูร้อนนั้นเอง ลาวีน ย้ายไปอยู่กับ ชองทาล (Chantal) และ เรน ไมด้า (Raine Maida) สามีของ ชองทาล (Chantal) ที่บ้านใน มาลิบู (Malibu) เพื่ออัดเสียง ...ตอนนั้นเพิ่งจะกลับมาจากการทัวร์คอนเสิร์ตได้ 2 อาทิตย์เท่านั้น แต่ก็พร้อมอัดเสียงผลงานชุดใหม่แล้วค่ะ... ลาวีน กล่าว
• บรรยากาศสบาย ๆ ในแคลิฟอร์เนียเป็นสิ่งที่ ลาวีน ต้องการพอดี เพราะบรรยากาศเช่นนี้ช่วยให้หลีกหนีจากชีวิตที่วุ่นวาย ...มีความสุขมากเลยตอนอยู่ที่นั่น มีความเป็นส่วนตัวและมีอิสระ มิตรภาพกับชองทาลก็แน่นแฟ้นมากขึ้นด้วยค่ะ... ทั้งคู่ทำเพลงในสตูดิโอกันทั้งคืน ตอนกลางวัน ลาวีน ขับรถชมเมืองโดยที่ไม่มีใครมาตามถ่ายรูป ขอสัมภาษณ์ และไม่มีความกดดันใด ๆ ทั้งสิ้น เพลงส่วนมากในชุด Under My Skin บันทึกเสียงที่สตูดิโอในบ้านของ เรน (Raine) โดยที่ไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย ส่วนเพลงที่เหลือได้มือกีตาร์ของ ลาวีน เอวาน โทเบนเฟลด์ (Evan Toubenfeld) มาร่วมเขียน และยังได้มือกีตาร์คนเก่าของ วงเอฟวาเนสเซนส์ (Evanescence) เบน มู้ดดี้ (Ben Moody) มาแต่งให้อีก 1 เพลง และบันทึกเสียงในสตูดิโอแถว ๆ นั้น ...ครั้งนี้ได้มีส่วนร่วมในทุก ๆ ขั้นตอนของการทำผลงานชุดนี้ เรียกได้ว่าลงมือทำเองเลยล่ะค่ะ คือรู้ว่าตัวเองต้องการให้เสียงกลอง เสียงกีตาร์ และรูปแบบของเพลงออกมาเป็นแบบไหน และจากประสบการณ์การทำเพลงในผลงานชุดที่แล้วทำให้เข้าใจ กระบวนการการทำเพลงดีขึ้นมาก จึงพิถีพิถันมากกับซาวด์ของเพลงที่ออกมาค่ะ... ลาวีน กล่าว
• หากจะให้เลือกว่าชอบเพลงไหนที่สุดใน 12 บทเพลงที่ทำเองกับมือเป็นเรื่องยาก เพลงทุกเพลงมีคุณค่าต่อฉันมาก แต่ถ้าให้เลือก ชอบเพลง Together มากที่สุด เพลงนี้พูดถึงความสัมพันธ์ของคู่รักที่ต่างฝ่ายก็รู้ว่าคงไปด้วยกันไม่ได้ สรุปคร่าวๆ ก็คือเพลงนี้ร้องว่า เราคงมาถึงทางตันแล้วล่ะที่รัก นอกจากนี้ยังมีอีก 2 เพลงที่พูดถึงความสัมพันธ์ที่กำลังเกิดรอยร้าว และมีท่อนฮุคที่ติดหูพอ ๆ กับ Complicated และเพลงที่แต่งให้รู้สึกเหมือนกับการบรรยายจากชีวิตจริงอย่าง สเก็ทเทอร์ บอย แต่เพลงที่สามารถเห็นการเติบโตทางดนตรี ของสาวน้อยคนนี้อย่างชัดเจน คือ เพลงที่มีความหมายในแง่บวกอย่าง Who Knows และ Take Me Away สาวน้อยผู้ที่เคยถูกมองว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายตลอดมากล่าวยอมรับว่า “ฉันว่าตอนนี้การมองโลกของฉันเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนเพลงบรรเลง ของเปียโนอย่าง Together และ Forgotten แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการ และความเปลี่ยนแปลงของ ลาวีน นับตั้งแต่ออกผลงานชุด Let Go ได้เป็นอย่างดี รู้สึกดีมากกับสิ่งที่กำลังทำอยู่และเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีค่ะ” ลาวีน ค้นพบความอ่อนหวานแบบผู้หญิงในตัวที่มาช่วยลบภาพลักษณ์ทอมบอยแล้ว “ออกจะเป็นผู้หญิงเต็มตัว เป็นคนโรแมนติกอย่างเหลือเชื่อ และก็เป็นคนหัวโบราณมากจนน่าแปลกใจด้วยล่ะค่ะ” ลาวีน กล่าวพร้อมหัวเราะ “นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขียนเพลงที่มีเนื้อหาว่าจะไม่ยอมทิ้งความเป็นตัวเองเพื่อ ผู้ชายหน้าไหนในเพลง Don't Tell Me ไงคะ ตื่นเต้นที่จะออกทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้ง ดีใจมากที่จะได้ร้องเพลงใหม่ รู้สึกกระปรี้กระเปร่า และตื่นเต้นมากที่จะได้ทำอะไรสนุก ๆ อีกครั้งค่ะ
• ทั้งประสบการณ์แง่บวกหรือแง่ลบตลอดระยะเวลา 2 ปี แห่งการเป็นร็อคสตาร์ทำให้ทัศนคติของ ลาวีน เปลี่ยนไปทำให้สาวน้อยคนนี้รู้จักคำว่า พอดี เพลงในผลงานชุด Under My Skin ลึกซึ้งกว่า Let Go มาก แต่ไม่ว่ายังไงก็ยังชอบเพลงป็อปอยู่ดีแหละค่ะ ก็เป็นแค่คน ๆ หนึ่งที่รักการเขียนเพลงและการร้องเพลง ชอบที่จะสนุกไปกับเสียงดนตรี และอยากให้ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตตลอดไปค่ะ...
• ลาวีน สาวน้อยที่มีเสียงใสๆ เป็นพรสวรรค์ติดตัว และยังสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความกระตือรือร้นของวัยรุ่นออกมาเป็นบท เพลงไพเราะติดหูได้อีก เชื่อได้เลยว่า Under My Skin จะกระชากใจผู้ฟังแน่นอน
 

Favorite Quote





FACT OF AVRIL LAVIGNE
• อาวริลได้เขียนล้อเลียนกู๊ดชาร์รอตในวิดีโอ "Girls and Boys"
• มิเชล ลาวิญ ได้ปรากฏตัวครั้งในวิดีโอของพี่สาวของเธอ Sk8er Boi วิดีโอ
• อาวริลได้รับสร้อยคอของ Osiris ฟรีจากห้างที่เธอได้ไปถ่ายทำวิดีโอเพลง Complicated
• อาวริลเคยถักเปียผมบนหัวของเธอทั้งหมดตอนเธอเรียนอยู่เกรด 11
• เธอเป็นคนที่ไม่ได้เป็นคนที่ป็อปที่สุดในโรงเรียน
• ประเทศที่อาวริลอยากจะไปมากที่สุดหนึ่งประเทศคือ อังกฤษ
• เพลงที่เธอชอบที่สุดในอัลบัมของเธอคือเพลง Losing Grip
• อาวริลเคยเล่นเพลง Complicated และ Naked ด้วยกีต้าตอนออกแสดงสด
• Justin Timberlake และ Eminem เป็นแฟนเพลงตัวยงของอาวริล
• จริงๆแล้วอัลบัม "Let Go" มีชื่อเรียกจริงๆว่า "Anything But Ordinary"
• อาวริลจะที่ลำบากใจที่สุด เมื่อแม่ของเธอไปรับเธอที่งานเลี้ยง ตอนเธออายุเพียง 14
• อาวริลเลือกที่จะใส่นาฬิกาในแขนข้างขวา
• เธอไม่ชอบที่คนอื่นเรียกเธอว่าเป็น PUNK
• ผู้จักการส่วนตัวของเธอ เป็นผู้จัดการของ Dido ด้วย
• อาวริลได้อัดเสียงขณะที่เธออายุเพียง 16 ปี
• อาวริลได้เล่นฮ็อกกี้น้ำแข็งของทีมโรงเรียนขณะอายุ 10 ขวบ
• ฮิลาลี่ ดัฟฟ์ แต่งตัวเหมือนอาวริลในวัน ฮัลโลวิน
• อาวริลชอบเล่นกีต้าแบบอะคูสติกมาก ที่สุดเมื่อเธอเริ่มเขียนเพลงได้เองและยังชอบ ที่จะตีกลองไฟฟ้า ในคอนเสริตของเธอเอง
• เธอเรียนโรงเรียนระดับ High School ที่มีชื่อว่า "Napanee District Secondary School"
• ชื่อกลางของเธอคือ ลาโมน่า (Ramona)
• เธอไม่สามารถที่จะทานพิซซ่า ซึ่งเป็นอาหารที่เธอชอบได้อีก เพราะมันที่ให้เสียงของเธอแย่
• อาวริลชอบที่จะให้เป้ลายทหารแทนกระเป๋าตัง
• เธอได้ไปดูรถ BMW ในโชว์รูม แล้วพ่อของเธอก็พูดว่า "ทำไมลูกไม่ซื้อไว้ซักคันหล่ะ" แล้วอาวริลก็ เกลียด เธอบอกว่าอยากจะได้รถจิ๊บมาใช้มากกว่า
• เธอเคยจูบเด็กผู้ชายครั้งเรียตอนเธอเรียนอยู่เกรด 1 แต่เธอก็ไม่กังวลเพราะว่าเป็นการแสดงเท่านั้น
• อาวริลชอบพิซซ่าที่ใส่น้ำมันมะกอกเยอะๆ
• อาวริลชอบดื่มน้ำอัดลมพวก Coke, Grape, และ Root Beer
• เธอได้ชื่อว่าเป็น MVP ในทีมฮ็อกกี้ตอนเธอายุเพียง 12
• อาวริลยังชอบเล่นวิดีโอเกมส์
• อัลบั้มLet go ขายได้ถึง 15 ล้าน ก็อปปี้
• อาวริลเป็นเพื่อนของKelly Osbourne
• ริลเป็นโรคหืด เธอไม่เคยออกจากบ้านโดยไม่นำยาโรคหืดติดตัวไปด้วย
• ก่อนอาวริลจะมีอัลบั้มส่วนตัวเธอเคยร้องร่วมกับ Stephen Medd
• อาวริลร้องเพลงในโบสถ์ขณะเธอยังเด็ก
• อาวริลวางแผนจะมีครอบครัวใหญ่ในอนาคต
• อาวริลเคยถูกผู้ชายคนหนึ่งย่องตามนาน 1 ปี ก่อนที่เขาจะถูกจับกุม
• อาวริลเคยไปล่าสัตว์กับพ่อก่อนหน้านี้ที่เธอจะมาเป็นนักร้องเต็มตัว
• แต่ก่อนอาวริลเป็นแฟนคลับของ Hanson
• อาวริลเคยขึ้นคอนเสิร์ตคู่กับ Shania Twain ตอนเธอยังไม่มีชื่อเสียง
• อาวริลแต่งานกันกับ Deryck Whibley ที่ Montecito ในวันที่ กรกฎาคมที่ 15 ปี 2006 ตอนเธออายุได้ 21 ปี
• ของชำร่วยในวันงานแต่งของเธอเป็นกีต้าปิค 2 อันที่สลักชื่อของเธอกับ Deryck





English BIOGRAPHY



Anything but ordinary. That's putting it mildly when describing Avril Lavigne. A skater-punk, a dynamic spirit, a true wild child. One of those rare creatures who started wowing people with her voice and character at around age 2. A small-town kid who couldn't sit still in class but had the confidence and determination to take off, virtually on her own, to hone her songwriting skills in New York City and Los Angeles. A startlingly up-front and outrageous 17-year-old with everything it takes to reach stardom-completely on her own terms. "I'm just coming out and I'm going to clearly be myself-I write what I feel, I never worry what others think, " Avril avows. "I'm gonna dress what's me, I'm gonna act what's me and I'm gonna sing what's me."
Avril does exactly that on her debut CD, Let Go, flaunting sassy vocals, a crystal clear voice with real-girl lyrical style. "Anything But Ordinary" is a rockin' ode to individuality, while guitar-driven first single, "Complicated," is a simple song that kicks pretenders to the curb. The string-inflected "I'm With You" reaches out for connection to reflect Avril's more mellower side, but tracks like "Losing Grip" and "Unwanted" courageously confront rejection and betrayal with all the heaviness such subjects demand. Then there's "My World" and the metaphoric "Mobile," which perfectly articulate the Avril experience. "I have this awesome opportunity to fulfill my dream. I am all over the place, flying here and there, going through different stuff every day," she explains. "This is my lifestyle, but I wouldn't want a normal life or I'd get bored."
Apparently, Avril was born for such insanity. A middle child who "always wanted to be the center of attention," she was bound to bust out of Napanee, Ontario, population 5,000. "I always knew this was what I had to do," she says. "I remember when I was really young, standing on my bed like it was a stage, singing at the top of my lungs and visualizing thousands of people surrounding me." She segued from her bedroom to singing, well, whenever and wherever she could-starting in church singing gospel music, and on to festivals, then singing country music at fairs and talent contests-until she was discovered by Arista Records.
On a writing trip to NYC, Avril caught the attention of Antonio "LA" Reid, who snapped her up and signed her to Arista. At 16, she moved to Manhattan and began work on her debut CD. Avril plunged into the creative process. "I love writing," she explains. "When I get upset and really need to get it out of me I go to my guitar. Sometimes I feel like my guitar is my therapist."
Although Avril virtually lived in the studio during that New York stint, her efforts didn't pay off at first. "I started working with these really talented people, but I just wasn't feeling it; the songs weren't representative of me," she admits. "Then they started talking about having people write for me, but I had to write myself. I had to do my music. It was a really stressful time, but I never considered giving up." Instead, she flipped coasts. Los Angeles gave Avril the fresh start she needed.
It was there that she hooked up with producer/songwriter Clif Magness, and "I was like, 'Yeah! I've found my guy!'" she enthuses. "We totally clicked, because he just let me guide; he really understood me and let me do my thing." The songs for Let Go began pouring out, with Magness at the helm as well as up-and-coming production team the Matrix. Soon after Avril hooked up with Nettwerk Management who've steered the careers of Sarah McLachlan, Dido, Coldplay, Barenaked Ladies and Sum 41.
Avril couldn't be happier with the way the album turned out. "In this past year I've really grown as a writer. 'Complicated' wasn't written about anyone in particular. It is basically about life, people being fake and relationships." As to one of her favorite tracks, "Losing Grip," she says, "That is definitely one of my ex-boys-he didn't give me what I needed emotionally." Avril laughs, "It doesn't matter now, and plus I got a good song out of it."
Now that her album is done, Avril can't wait to get out and play. She jokes, pointing out that touring with her own sk8er punk band of rocker boys probably won't be all that different from her childhood, "I was always a tomboy and I guess I still am. I played hockey during the fall /winter and baseball in the summer. I loved playing with the boys.
But Avril's music is capable of reaching the girls and the guys, and more than a few adventurous adults too-and she's chomping at the bit to bring it to 'em. "I can't wait to be out there; I want to rock the world! I want people to know that my music is real and honest -it came from my heart. I was just being true to myself."
Avril's real, all right. And ordinary? Anything but.






LoveLavigne On Hi5กลับโพไฟล์ตัวเอง



 

hi5 Games

Play hi5 Games

Avrily Queen hasn't played any games recently.

Applications

Browse Applications

Viking Clan
Join forces with friends to wage war on rivals and seek glory through epic online battles. Underta...

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins

Avrily Queen has no unwrapped gifts.
 

Fives

Give' em Five

Comments | View All Entries


Title
body